Sunday, June 2, 2013

พลังงานจากระบบกรดแลคติค

พลังงานจากระบบกรดแลคติค
http://sportscience.dpe.go.th/web/main/images/sport17.jpg


     กระบวนการทางเคมีที่รวดเร็วอีก 2 ระบบที่ให้พลังงานในรูป ATP คือขบวนการไกลโคไลซิสและไกลโคจิโนไลซิส (glycolysis และ glycogenolysis) ซึ่งเป็นการสลายกลูโคสและไกลโคเจน (ในรูปที่สะสมไว้เพื่อพร้อมที่จะเคลื่อนย้ายเพื่อสร้างกลูโคส)กลูโคสจาก อาหาร จากการย่อยสลายแป้ง (เช่น ข้าว เส้นก๋วยเตี๋ยว ขนมปัง ขนมต่าง ๆ ที่ทำจากแป้ง มันฝรั่ง ฯลฯ) และจากน้ำตาลในอาหาร จะเข้าสู่กระแสเลือดและถูกนำเข้าสู่เซลล์ต่าง ๆ รวมถึงตับและกล้ามเนื้อ ในตับและกล้ามเนื้อกลูโคสจะถูกใช้ไปเป็นพลังงาน
     แบบทันที หรือถูกเก็บสะสมไว้ในรูปไกลโคเจนสำหรับใช้เมื่อมีความต้องการต่อไปขบวนการ สลายไกลโคเจน (ในตับหรือเซลล์กล้ามเนื้อ) จะช่วยหล่อเลี้ยงขบวนการไกลโคไลซิส โดยการแตกสลายไกลโคเจนเพื่อให้กลูโคส กลูโคสจะถูกเปลี่ยนต่อไปเป็นไพรูเวท (ได้ ATP เพิ่มขึ้นอีกจำนวนหนึ่ง) และไพรูเวทจะถูกสลายต่อไปจนสุดท้ายได้คาร์บอนไดออกไซด์และน้ำ เพื่อให้ได้ ATP เพิ่มขึ้นในกรณีที่มีออกซิเจนเพียงพอ
     (aerobic glycolysis) หรือถูกเปลี่ยนไปเป็นกรดแลคติคจากไพรูเวทกรณีมีออกซิเจนไม่เพียงพอ (anaerobic glycolysis)การทำงานของกล้ามเนื้อจะขึ้นอยู่กับการสลายไกลโคเจน และขบวนการไกลโคไลซิสเพื่อให้ได้พลังงานระหว่างการเล่น เมื่อกล้ามเนื้อต้องมีการหดตัวซ้ำ ๆ เช่นเมื่อนักกีฬาต้องวิ่งอย่างหนักเพื่อตีลูก นอกจากนั้นสัดส่วนความต้องการของไกลโคไลซิสและการสลายไกลโคเจนเพื่อเป็น พลังงานจะเพิ่มขึ้นต่อไป ตามระยะเวลาและความหนักในแต่ละแต้ม และเมื่ออัตราการผลิต ATP สูงมากขึ้นตามความต้องการ กรดแลกติกก็จะเกิดมากขึ้น เพื่อคงกระบวนการไกลโคไลซิสไว้ และทำให้ได้พลังงาน (ATP) เร็วขึ้น ในระหว่างช่วงเวลาการเล่นเหล่านี้ ขบวนการเผาผลาญ
     แอโรบิคไม่สามารถทำให้เกิด ATPได้เร็วทันกับความต้องการพลังงานที่สูง ถ้าไพรูเวทไม่ถูกเปลี่ยนเป็นกรดแลคติคขบวนการไกลโคไลซิสจะไม่สามารถดำเนิน ต่อไปในอัตราสูงได้ และจะไม่ได้ ATP ทันทีตามความต้องการ อย่างไรก็ตามการคั่งของกรดแลกติก (หรือแลคเตท รูปเกลือของกรดแลคติค) ในกล้ามเนื้อ ไม่เกิดขึ้นบ่อยนักในเทนนิส เนื่องจากธรรมชาติของการเล่นเป็นแบบหนักสลับเบาและมีการหยุดพัก การทำงานของกล้ามเนื้อมักไม่ค่อยสม่ำเสมอ หรือความหนักที่สูงซ้ำ ๆอกล้ามเนื้อหนึ่งหรือกลุ่มกล้าม
     เนื้อหนึ่งไม่ยาวนานหรือไม่เกิดบ่อยนัก ดังนั้นจึงเกิดความเชื่อโดยรวมในเรื่องการเกิดกรดแลคติคโดยขบวนการไกลโคไลซิ สในกล้ามเนื้อของนักกีฬาเทนนิสว่าค่อนข้างจะต่ำ แม้ว่าด้วยระดับของแลคเตทในเลือดที่ต่ำคงที่ ขบวนการแอนแอโรบิคไกลโคไลซิสก็ยังสามารถเกิดขึ้นที่กล้ามเนื้อบางกลุ่มที่ ใช้งานระหว่างการเล่น การที่มีระดับแลคเตทไหลเวียนต่ำนั้น เป็นการแสดงให้เห็นว่าการนำแลคเตทออกไปจากเลือดและนำไปใช้เป็นพลังงาน (เบื้องต้นโดยขบวนการเผาผลาญโดยใช้ออกซิเจน) จะเกิดขึ้นในระดับที่พอดีกับ
     การถูกสร้างขึ้นที่กล้ามเนื้อและถูกขนส่งเข้าสู่กระแสเลือด ด้วยธรรมชาติของการเล่นเทนนิสที่เล่นแบบไม่ต่อเนื่อง ทำให้กล้ามเนื้อต้องพึ่งพลังงานจากแหล่งนี้เป็นการเบื้องต้น แต่แม้ว่าแหล่งพลังงานแบบทันที (ATP และCP) และไกลโคไลซิสแบบไม่ใช้ออกซิเจนจะมีความสำคัญเบื้องต้น แต่พลังงานที่ต้องใช้ในระยะยาวในระหว่างการเล่น ต้องอาศัยการสร้างพลังงานแบบใช้ออกซิเจน เพื่อเผาผลาญกลูโคสต่อไปให้สมบูรณ์ (aerobic glycosis) และใช้เชื้อเพลิงจากแหล่งอื่น ๆ ประกอบ แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นต้องมีออกซิเจนสำหรับการเผาผลาญพลังงานตลอดเกมการแข่ง ขันความจำเป็นเชิงสรีรวิทยาของกีฬาเทนนิส

พลังงานที่ได้มาแบบทันทีหรืออย่างเร่งด่วนสำหรับการเล่น

พลังงานที่ได้มาแบบทันทีหรืออย่างเร่งด่วนสำหรับการเล่นhttp://sportscience.dpe.go.th/web/main/images/sport16.jpg
     สารเคมีจากกระบวนการของการเปลี่ยนพลังงาน หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า“ตระกูล” ของพลังงานที่ใช้ในร่างกายคืออะดีโนซีนไตรฟอสเฟตหรือ ATP ในเซลล์กล้ามเนื้อ ATP จะถูกใช้เป็นแหล่งพลังงานแบบทันทีสำหรับการหดตัวของกล้ามเนื้อ เช่นในขณะตีบอล (เสิร์ฟ วอลเลย์ ตบ) วิ่งไปรับบอล วิ่งกลับไปยังตำแหน่งเดิม หรือแม้แต่การเปลี่ยนการจับมือซึ่งต้องมีการออกแรงขยับหรือกำมือ เมื่อ ATP ถูกใช้ สารเคมีอีกตัวหนึ่งที่เก็บพลังงานไว้เรียกว่าครีเอทีนฟอสเฟต (CP) จะทดแทนการใช้ ATP ทันทีทันใด
     กระบวนการที่ให้พลังงานทันทีทั้งสองนี้ (การแตกตัวของ ATP และการรักษาระดับ ATPจาก CP) เป็นขบวนการแอนแอโรบิค ซึ่งไม่ต้องใช้หรือไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับออกซิเจนการสะสมของ CP ในกล้ามเนื้อมีมากกว่า ATP (ประมาณ 5-6 เท่า) ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อของนักเทนนิสมีพลังงานสำรองที่มีประสิทธิภาพที่จะผลิต ATP ได้อย่างรวดเร็วแม้ว่าระบบพลังงานสำรองจากฟอสฟาเจนทั้งสอง (ATP และ CP) จะมีประสิทธิภาพ แต่การคงการเล่นไว้
     (เช่นมากกว่าหลายวินาที) ยังต้องการความช่วยเหลือของแหล่งพลังงานอื่น เพื่อช่วยในการหดตัวซ้ำ ๆ ของกล้ามเนื้อ นอกจากนั้นการหาพลังงานจากแหล่งอื่น ๆมาช่วย จะทำให้ร่างกายสามารถสำรองพลังงานจากฟอสฟาเจนในแต่ละแต้มและระหว่างแต้ม เมื่อเวลาที่กล้ามเนื้อมีการผ่อนชั่วคราวหรือถูกกระตุ้นน้อยลง

ความสามารถของนักกีฬาเทนนิสในการวิ่ง การตีบอลและการกลับมามีความ

ความสามารถของนักกีฬาเทนนิสในการวิ่ง การตีบอลและการกลับมามีความhttp://sportscience.dpe.go.th/web/main/images/sport15.jpg
     พร้อมที่จะเล่นได้ต่อไปนั้น ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของแต่ละคนในการให้ได้มา การเปลี่ยน และการใช้พลังงาน หากแต้มได้-เสียและเกมใช้เวลานาน และเกมมีความรุนแรงขึ้น ก็ยิ่งเป็นการท้าทายมากขึ้นสำหรับกล้ามเนื้อของนักกีฬาที่จะทำให้มีการสร้าง และใช้พลังงานที่ต้องการเพียงพอ โดยมีการตอบสนองเชิงสรีรวิทยาหลายอย่าง เช่น อัตราการเต้นของหัวใจและแรงในการหดตัวเพิ่มขึ้น การหลั่งฮอร์โมนต่าง ๆ อัตราการเผาผลาญอาหารเพิ่มขึ้น อัตราการหายใจเพิ่มขึ้น และมีการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิร่างกาย ประเด็นที่น่าสนใจคือกระบวนการเหล่านี้คอยจำกัดนักกีฬา หรือว่านักกีฬาสามารถปรับตัวเพื่อตอบสนองและสามารถทำงานได้เพิ่มขึ้น และพอเพียงต่อระดับความต้องการทางสรีรวิทยาหรือไม่ แน่นอน มีข้อจำกัด แต่ปัจจัยทางสรีรวิทยาใดที่จำกัดความสามารถของนักกีฬา ในการเล่นต่อที่ระดับความหนักที่ตั้งไว้ และเป็นระยะเวลานานเท่าที่จำเป็นเพื่อที่จะตอบ
     คำถามเหล่านี้ เป็นสิ่งสำคัญมากที่จะเข้าใจถึงแนวคิดพื้นฐานบางอย่างในระหว่างเกมการแข่ง ขันเทนนิส ความสามารถในการรักษาระดับการเล่นขึ้นอยู่กับการยืนระยะที่จะเล่น และการใช้ออกซิเจนที่ไหลเวียนอยู่ เมื่อการเล่นดำเนินต่อไปจากการอบอุ่นร่างกายจนถึงต้นเกองเซตแรก อัตราการใช้ออกซิเจน (VO2) จะเพิ่มขึ้นแม้ว่าในระหว่างเกมการแข่งขันจะมีการใช้ออกซิเจนไม่ถึงอัตราสูง สุด (VO2max) เลยก็ตามแต่ประสิทธิภาพในการดึงและใช้ออกซิเจนก็เป็นสิ่งสำคัญต่อความสามารถ ของแต่ละคนในการที่จะกลับมาพร้อมเล่นใหม่ในแต้มและเกมต่อไป ระบบหัวใจและหลอดเลือดจึงมีบทบาทสำคัญในการทำหน้าที่นี้ ดังนั้นการมีสมรรถภาพของหัวใจและหลอดเลือดดี จึงไม่ได้เป็นเพียงสิ่งสำคัญสำหรับสุขภาพของนักเทนนิส แต่ยังเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการเล่นบนคอร์ทด้วย ระบบหัวใจหลอดเลือดและการใช้ออกซิเจน จึงไม่ได้เป็นเพียงระบบสรีรวิทยาที่
     เกี่ยวข้องกับระบบพลังงานสำหรับนักกีฬาเทนนิส ในเบื้องต้นมีระบบพลังงานที่เกี่ยวข้อง 3 ระบบ ซึ่งทำงานประสานสอดคล้องกันตลอดเวลา เพื่อให้พลังที่เหมาะสมกับการทำงานของกล้ามเนื้อ ระบบทั้งสามเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในวงการว่าระบบฟอสฟาเจน ระบบกรดแลคติค และระบบออกซิเจน โดยที่สองระบบแรกเป็นการสร้างพลังงานที่ขาดออกซิเจน (แอนแอโรบิค) และระบบที่สามเป็นการสร้างพลังงานที่มีออกซิเจนค่อนข้างพอใช้ (แอโรบิค)

ประวัติเทนนิสในประเทศไทย

ประวัติเทนนิสในประเทศไทย
 http://sportscience.dpe.go.th/web/main/images/Tennis-Balls_small.jpg
     ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าใครเป็นผู้นำกีฬาเทนนิสเข้ามาสู่ประเทศไทยและในสมัยใด แต่สันนิษฐานว่าคงจะเริ่มเล่นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยชาวอังกฤษและอเมริกันที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย แต่ในขณะนั้นคนไทยยังไม่สนใจการเล่นเทนนิสมากนัก คงเล่นกันในหมู่คนต่างชาติ ต่อมาจึงมีเจ้านายคนไทยชั้นสูง และข้าราชการชั้นสูงเริ่มเล่นลอนเทนนิสกัน ครั้งนั้นนักเทนนิสไทยบางท่านนุ่งผ้าม่วง เล่นเทนนิส บางคนระหว่างการเล่นก็กินหมาก ต่อมาจึงนุ่งกางเกงขายาว และต้องสีขาวตามแบบฉบับของชาวฝรั่ง ถือว่าเล่นเทนนิสต้องนุ่งกางเกงขายาวสีขาวเป็นการสุภาพกว่าขาสั้นจนกระทั่งในราวปี พ.ศ. 2460 ประชาชนให้ความสนใจกันมากขึ้น

     จึงมีการตั้งสโมสรเทนนิสขึ้นอย่างเป็นทางการแห่งแรกที่พระราชอุทยานสราญรมย์ มีสมาชิกครั้งแรกเพียง 10 คน ต่อมาเปลี่ยนสถานที่ไปเล่นที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ แต่ก็ล้มเลิกไปในที่สุด ในระหว่างนั้นก็มีอีกสโมสรหนึ่งที่มีการเล่นลอนเทนนิสคือ บางกอกยูไนเต็ดคลับ แต่เป็นสนามซีเมนต์เพียงสนามเดียว และมีเอกชนตั้งสโมสรลอนเทนนิสขึ้นหลายแห่ง เช่น บริษัทบอร์เนียว บริษัท บอมเบย์เบอร์มา ที่บ้านมิสเตอร์คอลลิน ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่เป็นชาวต่างประเทศ และยังมีการเล่นลอนเทนนิสที่บ้านมิสเตอร์ลอฟตัส ซึ่งอยู่ใกล้โรงเรียนนายเรือ ธนบุรี บ้านหมอแม็คฟาแลนด์ ที่โรงพยาบาลศิริราช และบ้านมิสเตอร์บัสโฟร์ หลังกองทัพเรือ สำหรับในหมู่คนไทยเช่นที่กระทรวงเกษตร สโมสรโรงเรียนนายเรือ

     ในปี พ.ศ. 2469 กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ ได้ทรงจัดตั้งลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทยขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจากสโมสรเทนนิส 12 สโมสรคือ ราชกรีฑาสโมสร สโมสรรถไฟ สโมสรกีฬาอังกฤษ สโมสรกีฬาสามัคยาจารย์ สโมสรนครสวรรค์ สโมสรสีลม สโมสรลำปาง สโมสรนวรัฐ สโมสรเชียงใหม่ยิมคานา สโมสรสงขลา สโมสรกลาโหมและสโมสรภูเก็ต ได้ส่งผู้แทนเข้าประชุมกันเป็นครั้งแรกที่วังกรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ ในที่ประชุมก็ได้ลงมติเอกฉันท์ให้ตั้ง "ลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทย" และได้ทรงดำรงตำแหน่งนายกของลอนเทนนิสสมาคมเป็นคนแรก พร้อมทั้งได้ออกกฎข้อบังคับของสมาคมฯขึ้นใช้เป็นมาตรฐานทั่วไป ซึ่งได้ใช้เป็นบรรทัดฐานมาจนถึงปัจจุบันนี้
 คณะกรรมการชุดแรกของลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทยคือ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ทรงเป็นนายกสมาคมฯ นายอาร์ดี. เครก เป็นเลขานุการกิติมศักดิ์ พระยาสุพรรณสมบัติเป็นเหรัญญิกกิติมศักดิ์ ส่วนสโมสรที่อยู่ในเครือที่ได้รับเลือกเป็นกรรมการ คือ

 1. ราชกรีฑาสโมสร
 2. สโมสรกีฬาสามัคยาจารย์
 3. สโมสรกีฬาอังกฤษ
 4. สโมสรสีลม
 5. สโมสรกลาโหม

     พระวรวงศ์เธอกรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ ได้ทรงมีส่วนสำคัญในการสร้างลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทย และได้ทรงดำรงตำแหน่งนายกสมาคมตั้งแต่ พ.ศ. 2470 ถึง พ.ศ. 2482 เป็นเวลาถึง 12 ปี ต่อมาในปี พ.ศ. 2482 พลเอกหลวงพรหมโยธี ได้รับเลือกเป็นนายกสมาคม ในวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2484 พ.ต.ท. ขุนศรีวรากร ได้รับเลือกเป็นนายกสมาคม และในปี พ.ศ. 2490 หม่อมเจ้าวิมวาทิตย์ รพีพัฒน์ ทรงเป็นนายกสมาคม

     ถือว่าวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2470 เป็นวันสถาปนาลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทย อย่างเป็นทางการ และในปลายปี พ.ศ. 2470 ทางสมาคมฯได้จัดการแข่งขันลอนเทนนิสเพื่อความชนะเลิศแห่งประเทศไทยขึ้นเป็นครั้งแรกที่สโมสรสีลม และในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 พระองค์ทรงรับเอาลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทยไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ เนื่องจากพระองค์ทรงโปรดกีฬาเทนนิสมากและทรงเทนนิสอยู่เสมอในสนามเทนนิสวังสุโขทัย

     ในปี พ.ศ. 2494 คณะกรรมการสมาคมได้คิดตราเครื่องหมายของสมาคมขึ้นเป็นพระมหามงกุฏ มีเครื่องหมาย 7 อยู่ข้างใต้ เพื่อเป็นการระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และในปี พ.ศ. 2495 ทางสมาคมฯได้แปลกติกาลอนเทนนิสของสมาคมลอนเทนนิสระหว่างชาติขึ้น เพื่อเป็นหลักในการแข่งขันและไว้เผยแพร่ให้ผู้ที่สนใจกีฬาประเภทนี้ทราบโดยทั่วกัน

     ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 เป็นต้นมา ทางลอนเทนนิสสมาคมฯ ได้จัดการแข่งขันให้กว้างขวางขึ้น มีการแข่งขันเพื่อความชนะเลิศแห่งภาคขึ้นทุกภาคและคัดนักกีฬาที่ชนะเลิศเอามาแข่งขันเพื่อความชนะเลิศแห่งประเทศไทย ซึ่งแบ่งการแข่งขันออกเป็นหลายประเภท เช่น ประเภทชายเดี่ยว ประเภทชายคู่ ประเภทหญิงเดี่ยว ประเภทหญิงคู่ ประเภทคู่ผสม ประเภทชายเดี่ยวสูงอายุ (อายุ 50 ปีขึ้นไป) ประเภทชายคู่สูงอายุ (อายุรวมกัน 100 ปีขึ้นไป) เป็นต้น

     ในปี 2509 ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 5 ซึ่งจัดการแข่งขันเทนนิสที่สนามกีฬาแห่งชาติ ปทุมวัน ด้านหลังสนามศุภชลาศัย และหลังจากเสร็จการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์แล้ว กรมพลศึกษาได้อนุญาตให้ลอนเทนนิสสมาคมฯ เข้ามาใช้ห้องทำงานและสนาม 10 สนาม และต่อมาลอนเทนนิสสมาคมฯได้เปิดเทนนิสให้กับประชาชนทั่วไป

     ปี 2520 เมื่อองค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย (การกีฬาแห่งประเทศไทย ในปัจจุบัน) ได้จัดสร้างสนามเทนนิส จำนวน 6 คอร์ต ขึ้นในบริเวณองค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย หัวหมาก ได้มอบให้ลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทยฯ เป็นผู้ครอบครอง และใช้สนามเทนนิสให้เป็นประโยชน์ในการดำเนินกิจการของสมาคม และได้สร้างอาคารที่ทำการให้แก่ สมาคม ที่สนามเทนนิสแห่งนี้ด้วย

     กีฬาเทนนิสในประเทศไทยได้พัฒนาขึ้นมาก ในการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 8 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2521 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพนั้นนักเทนนิสประเภทคู่ผสมของไทย คือ จารึก เฮงรัศมี นักเทนนิสชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ และสุทธาสินี ศิริกายะ ได้ตำแหน่งชนะเลิศ ปัจจุบันมีนักเทนนิสไทยอยู่ในระดับโลกหลายคน และหวังว่าทุกๆส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทย คงมีแผนงานระยะยาวที่จะทำให้กีฬาเทนนิสเมืองไทยมีมาตรฐานเท่าเทียมกับประเทศอเมริกาและกลุ่มในประเทศยุโรป

กีฬาเทนนิส

      เทนนิส

ประวัติสรีรศาสตร์โภชนาการศาสตร์ชีวกลศาสตร์จิตวิทยาเวชศาสตร์สมรรถภาพทางกาย
http://www.educatepark.com/story/images/tennisracket.png

กีฬาเทนนิส

     การเล่นเทนนิสมีมามากกว่า 800 ปี เป็นกีฬาที่เล่นกันทั้งเพื่อสุขภาพและเพื่อความเป็นเลิศ เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมเพราะเป็นกีฬาที่เล่นยาก ส่วนใหญ่นักกีฬาที่เล่นเทนนิสมักจะได้รับการฝึกสอนตั้งแต่ตัน มีคนสอนให้ โอกาสที่จะพัฒนาด้วยตัวเองเป็นไปได้ช้ากว่ามาก เป็นกีฬาที่ท้าทายความสามารถของหลายๆ คน

     เทนนิสเป็นกีฬาที่ผสมผสานกันมากระหว่างร่างกาย และจิตใจ ที่สมบูรณ์ นักเทนนิสต้องแข็งแรงพอที่จะเล่นบนสนามที่ยาวนานและต่อเนื่อง ใน ปี พ.ศ. 2553 ในการแข่งขันวิมเบิลดันที่นักกีฬา ชายเดี่ยวระหว่างสหรัฐอเมริกาและฝรั่งเศส ต้องใช้เวลาถึง 11 ชั่วโมง 5 นาที ในการที่จะรู้ผลการแข่งขัน นอกจากจะมีร่างกายที่แข็งแรงแล้ว การเล่นนานๆ อย่างนี้ ต้องการจิตใจที่แข็งแกร่งด้วย นักกีฬาทั้งสองไม่มีใครยอมแพ้ใคร ต้องการที่จะชนะซึ่งกันและกัน บนความยากลำบากของการเล่น ที่ต่างต้องรักษาให้ได้

     เหตุผลสำคัญอีกประการหนึ่งของการเล่นเทนนิสที่มีการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อยๆ คือการใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามามีส่วนร่วมในทุกแง่มุม รวมทั้งการที่กีฬาเทนนิสเป็นกีฬาอาชีพ ที่สามารถทำเงินให้กับนักกีฬาได้อย่างมาก รวมทั้งสร้างชื่อเสียงได้เป็นอย่างดี กีฬาเทนนิสเป็นอีกชนิดกีฬาที่มีการถ่ายทอดทางทีวีอย่างสม่ำเสมอและมีคนรู้จักนักเทนนิสทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นอย่างดี รายได้ของนักกีฬาเทนนิสมีจำนวนมหาศาล การแข่งขันในรายการแกรนแสลมป์ นักกีฬาที่ชนะเลิศประเภทเดี่ยว จะได้รับเงินรางวัลมากกว่า 1 ล้านเหรียญอเมริกัน รวมๆแล้ว ตลอดชีวิตของการเป็นนักกีฬาระดับโลกในเทนนิส ที่ได้เงินจากการแข่งขันและจากผู้ให้การสนับสนุน ในรูปแบบต่างๆ มีมูลค่าเป็น 100 หรือ 1,000 ล้านบาท นับว่าเทนนิสเป็นกีฬาที่ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าชนิดหนึ่ง

     การเล่นเทนนิสยังมีองค์ประกอบที่ทำให้น่าสนใจ คือ การมีอุปกรณ์ที่พัฒนาขึ้นทำให้การเล่นมีประสิทธิภาพขึ้น ความเร็วของลูกในการเล่นมีมากขึ้น จากไม้เทนนิสที่มีขนาดและวัสดุที่เอื้อต่อการเพิ่มประสิทธิภาพนี้ ความท้าทายอีกประการของเทนนิสคือ การเล่นเทนนิสบนพื้นสนามที่แตกต่างกัน ส่งผลอย่างมากต่อการปรับการเล่น การตีและพลังงานที่ใช้อย่างมาก เช่น บนสนามดินที่ทำให้การกระดอนของลูกสูงและช้ากว่าสนามหญ้า เวลาของการเล่นจึงมักนานกว่าการเล่นในพื้นสนามแบบอื่นๆ ส่งผลให้นักกีฬาต้องเตรียมร่างกายและจิตใจให้พร้อมกับการเล่นที่หนักและนาน ในขณะที่สนามหญ้า เป็นสนามที่การกระดอนของลูกต่ำ แฉลบและเร็ว การเล่นจึงต้องปรับการเล่นให้เหมาะสม

     อย่างไรก็ตามการเล่นเทนนิสก็ต้องอาศัยการฝึกฝน ที่หนักและต่อเนื่อง ทั้งร่างกายและจิตใจ การเตรียมความพร้อมต่อกีฬาชนิดนี้จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้หลักการของวิทยาศาสตร์การกีฬาอย่างถูกต้องเหมาะสมอย่างมาก