Sunday, June 2, 2013

ความสามารถของนักกีฬาเทนนิสในการวิ่ง การตีบอลและการกลับมามีความ

ความสามารถของนักกีฬาเทนนิสในการวิ่ง การตีบอลและการกลับมามีความhttp://sportscience.dpe.go.th/web/main/images/sport15.jpg
     พร้อมที่จะเล่นได้ต่อไปนั้น ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของแต่ละคนในการให้ได้มา การเปลี่ยน และการใช้พลังงาน หากแต้มได้-เสียและเกมใช้เวลานาน และเกมมีความรุนแรงขึ้น ก็ยิ่งเป็นการท้าทายมากขึ้นสำหรับกล้ามเนื้อของนักกีฬาที่จะทำให้มีการสร้าง และใช้พลังงานที่ต้องการเพียงพอ โดยมีการตอบสนองเชิงสรีรวิทยาหลายอย่าง เช่น อัตราการเต้นของหัวใจและแรงในการหดตัวเพิ่มขึ้น การหลั่งฮอร์โมนต่าง ๆ อัตราการเผาผลาญอาหารเพิ่มขึ้น อัตราการหายใจเพิ่มขึ้น และมีการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิร่างกาย ประเด็นที่น่าสนใจคือกระบวนการเหล่านี้คอยจำกัดนักกีฬา หรือว่านักกีฬาสามารถปรับตัวเพื่อตอบสนองและสามารถทำงานได้เพิ่มขึ้น และพอเพียงต่อระดับความต้องการทางสรีรวิทยาหรือไม่ แน่นอน มีข้อจำกัด แต่ปัจจัยทางสรีรวิทยาใดที่จำกัดความสามารถของนักกีฬา ในการเล่นต่อที่ระดับความหนักที่ตั้งไว้ และเป็นระยะเวลานานเท่าที่จำเป็นเพื่อที่จะตอบ
     คำถามเหล่านี้ เป็นสิ่งสำคัญมากที่จะเข้าใจถึงแนวคิดพื้นฐานบางอย่างในระหว่างเกมการแข่ง ขันเทนนิส ความสามารถในการรักษาระดับการเล่นขึ้นอยู่กับการยืนระยะที่จะเล่น และการใช้ออกซิเจนที่ไหลเวียนอยู่ เมื่อการเล่นดำเนินต่อไปจากการอบอุ่นร่างกายจนถึงต้นเกองเซตแรก อัตราการใช้ออกซิเจน (VO2) จะเพิ่มขึ้นแม้ว่าในระหว่างเกมการแข่งขันจะมีการใช้ออกซิเจนไม่ถึงอัตราสูง สุด (VO2max) เลยก็ตามแต่ประสิทธิภาพในการดึงและใช้ออกซิเจนก็เป็นสิ่งสำคัญต่อความสามารถ ของแต่ละคนในการที่จะกลับมาพร้อมเล่นใหม่ในแต้มและเกมต่อไป ระบบหัวใจและหลอดเลือดจึงมีบทบาทสำคัญในการทำหน้าที่นี้ ดังนั้นการมีสมรรถภาพของหัวใจและหลอดเลือดดี จึงไม่ได้เป็นเพียงสิ่งสำคัญสำหรับสุขภาพของนักเทนนิส แต่ยังเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการเล่นบนคอร์ทด้วย ระบบหัวใจหลอดเลือดและการใช้ออกซิเจน จึงไม่ได้เป็นเพียงระบบสรีรวิทยาที่
     เกี่ยวข้องกับระบบพลังงานสำหรับนักกีฬาเทนนิส ในเบื้องต้นมีระบบพลังงานที่เกี่ยวข้อง 3 ระบบ ซึ่งทำงานประสานสอดคล้องกันตลอดเวลา เพื่อให้พลังที่เหมาะสมกับการทำงานของกล้ามเนื้อ ระบบทั้งสามเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในวงการว่าระบบฟอสฟาเจน ระบบกรดแลคติค และระบบออกซิเจน โดยที่สองระบบแรกเป็นการสร้างพลังงานที่ขาดออกซิเจน (แอนแอโรบิค) และระบบที่สามเป็นการสร้างพลังงานที่มีออกซิเจนค่อนข้างพอใช้ (แอโรบิค)

No comments:

Post a Comment