พร้อมที่จะเล่นได้ต่อไปนั้น
ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของแต่ละคนในการให้ได้มา การเปลี่ยน
และการใช้พลังงาน หากแต้มได้-เสียและเกมใช้เวลานาน และเกมมีความรุนแรงขึ้น
ก็ยิ่งเป็นการท้าทายมากขึ้นสำหรับกล้ามเนื้อของนักกีฬาที่จะทำให้มีการสร้าง
และใช้พลังงานที่ต้องการเพียงพอ โดยมีการตอบสนองเชิงสรีรวิทยาหลายอย่าง
เช่น อัตราการเต้นของหัวใจและแรงในการหดตัวเพิ่มขึ้น การหลั่งฮอร์โมนต่าง ๆ
อัตราการเผาผลาญอาหารเพิ่มขึ้น อัตราการหายใจเพิ่มขึ้น
และมีการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิร่างกาย
ประเด็นที่น่าสนใจคือกระบวนการเหล่านี้คอยจำกัดนักกีฬา
หรือว่านักกีฬาสามารถปรับตัวเพื่อตอบสนองและสามารถทำงานได้เพิ่มขึ้น
และพอเพียงต่อระดับความต้องการทางสรีรวิทยาหรือไม่ แน่นอน มีข้อจำกัด
แต่ปัจจัยทางสรีรวิทยาใดที่จำกัดความสามารถของนักกีฬา
ในการเล่นต่อที่ระดับความหนักที่ตั้งไว้
และเป็นระยะเวลานานเท่าที่จำเป็นเพื่อที่จะตอบ
คำถามเหล่านี้
เป็นสิ่งสำคัญมากที่จะเข้าใจถึงแนวคิดพื้นฐานบางอย่างในระหว่างเกมการแข่ง
ขันเทนนิส ความสามารถในการรักษาระดับการเล่นขึ้นอยู่กับการยืนระยะที่จะเล่น
และการใช้ออกซิเจนที่ไหลเวียนอยู่
เมื่อการเล่นดำเนินต่อไปจากการอบอุ่นร่างกายจนถึงต้นเกองเซตแรก
อัตราการใช้ออกซิเจน (VO2)
จะเพิ่มขึ้นแม้ว่าในระหว่างเกมการแข่งขันจะมีการใช้ออกซิเจนไม่ถึงอัตราสูง
สุด (VO2max)
เลยก็ตามแต่ประสิทธิภาพในการดึงและใช้ออกซิเจนก็เป็นสิ่งสำคัญต่อความสามารถ
ของแต่ละคนในการที่จะกลับมาพร้อมเล่นใหม่ในแต้มและเกมต่อไป
ระบบหัวใจและหลอดเลือดจึงมีบทบาทสำคัญในการทำหน้าที่นี้
ดังนั้นการมีสมรรถภาพของหัวใจและหลอดเลือดดี
จึงไม่ได้เป็นเพียงสิ่งสำคัญสำหรับสุขภาพของนักเทนนิส
แต่ยังเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการเล่นบนคอร์ทด้วย
ระบบหัวใจหลอดเลือดและการใช้ออกซิเจน จึงไม่ได้เป็นเพียงระบบสรีรวิทยาที่
เกี่ยวข้องกับระบบพลังงานสำหรับนักกีฬาเทนนิส
ในเบื้องต้นมีระบบพลังงานที่เกี่ยวข้อง 3 ระบบ
ซึ่งทำงานประสานสอดคล้องกันตลอดเวลา
เพื่อให้พลังที่เหมาะสมกับการทำงานของกล้ามเนื้อ
ระบบทั้งสามเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในวงการว่าระบบฟอสฟาเจน ระบบกรดแลคติค
และระบบออกซิเจน โดยที่สองระบบแรกเป็นการสร้างพลังงานที่ขาดออกซิเจน
(แอนแอโรบิค) และระบบที่สามเป็นการสร้างพลังงานที่มีออกซิเจนค่อนข้างพอใช้
(แอโรบิค)
No comments:
Post a Comment